«

»

ประวัติความเป็นมาของโสมเกาหลี

The history of Korean ginseng

บันทึกทางประวัติศาสตร์ ของโสมเกาหลี ตำนานโสมเกาหลี ราชันย์แห่งความเชื่อถือ

พืชสมุนไพรที่มีคุณภาพทางยาที่สำคัญอย่าง โสมกาหลี อาจมีความหมายกับผู้บริโภคมากกว่าเป็นเพียงแค่ตัวยารักษาโรค เพราะบางครั้งโสมจะได้รับการยกย่องเทิดทูนเสมือนหนึ่งของขวัญและพลังอำนาจ ที่พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานให้เลยทีเดียว พิธีกรรม ความเชื่อ จะแสดงในรูปของการชุมนุม ร่วมกันเพราะปลูก เก็บรักษา จัดเตรียมและบริโภครากโสมร่วมกัน เรื่องราวความมหัศจรรย์ของโสมทำให้เกิดตำนาน เล่าขานขึ้นมากมาย

ตำนานแต่ละเรื่องก็มีชื่อที่แตกต่างกันไป เช่น มีตำนานเรื่องหนึ่งซึ่งเล่าว่า ที่หมู่บ้านฉานถั่นในจังหวัดเซนสี ชาวบ้านประสบความเดือดร้อนอย่างหนักจากเสียงครวญครางและโหยหวนรบกวนติดต่อ กันนานหลายเดือน เสียงร้องนั้นดังมาจากที่ใดที่หนึ่งในป่าหลังหมู่บ้าน ต่อมาชาวบ้านก็ได้รวมตัวกันออกค้นหา ตำแหน่งของเสียงร้องนั้นในค่ำคืนหนึ่ง จนในที่สุดก็พบว่าเสียงดังกล่าวดังมาจากใต้พุ่มไม้ใหญ่พุ่มหนึ่งซึ่งหากจาก หมู่บ้านไปหนึ่งไมล์ พวก เขาได้ช่วยกันขุดไปใต้พุ่มไม้ดังกล่าวก็พบกับรากไม้ขนาดใหญ่รากหนึ่ง รากไม้นี้มีรูปร่างหน้าตาและขนาดคล้ายกับมนุษย์ จากนั้นเสียงร้องโหยหวนก็หายไป จากจุดนี้เอง รากไม้ที่พบจึงได้รับการขนานนามว่า ดวงวิญญาณแห่งพระแม่ธรณี (ตี้ ชิง)

คำว่า จินเซ็ง มีรากศัพย์มาจากคำว่า เจน เซน ซึ่งหมายถึงการก่อตัวเป็นร่างมนุษย์เพชชาย (เจน) ของแม่พระธรณี (เซน) หรือเรียกง่ายๆว่า รากมนุษย์ นั้นเอง และยังมีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาอีกตำนานหนึ่งในเกาหลี ซึ่งได้เล่าถึงความลี้ลับมหัศจรรย์ว่า มีบุตรชายอีกคนหนึ่งกับหลานปู่อีกคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ด้วยความลำบากยากจนข้นแค้น แทบจะไม่มีกินืได้ทุ่มเทกำลังกายใจทั้งชีวิตเพื่อดูแลปู่ที่ป่วยหนัก อยู่มาคืนหนึ่งหลานปู่นอนไม่ หลับ เนื่องจากเทียนไขที่จุดไว้ดับอยู่เรื่อยๆ แล้วในขณะนั้นหลานปู่พลันรู้สึกว่าไม่มีลมที่ไหนมา พัดผ่านเลยแล้วทำไมเทียนถึงดับด้วยเหตุนี้ทำให้เขาเชื่อว่าต้องมีวิญญาณสิงอยู่ในห้องอย่างแน่นอน เด็กน้อยคนนั้นก็ได้หยิบเข็มที่มีด้ายติดอยู่ขึ้นมา ครั้นพอรู้สึกว่ามีวิญญาณยืนอยู่เขาก็ได้จ้วงเข็มไปทาง ทิศนั้น หลังจากแทงด้วยเข็มและเข็มนั้นก็พลันหายไป เขาก็เดินหาเข็มโดยตามรอยด้าย จนกระทั่งในที่สุดเขาก็ได้พบเข็มนั้นปักอยู่ที่โคนต้นโสมป่าต้นหนึ่ง เขาจึงขุดเอารากโสมนั้นขึ้นมา แล้ว ต้มให้ปู่กินต่อมาปู่ซึ่งป่วยหนักกลับหายเป็นปกติอย่างรวดเร็วด้วยความ กตัญญูอันสูงส่งนี้ วิญญาณที่สิงอยู่ในรากโสมจึงได้มอบรากโสมให้เด็กน้อยเป็นรางวัลตอบแทนในความ กตัญญู…

ชาวจีนให้ความเคารพนับถือโสมป่า ซึ่งปัจจุบันแทบจะสูญพันธุ์หมดแล้วอย่างชิ้นเชิง ความเคารพนับถือโสมป่าที่มีเหนือพืชสมุนไพรชนิดอื่นๆ แม้จะเป็นโสมที่เกิดจากการเพราะปลูก ก็ยังถือว่าโสมเป็นตัวยาที่ยอดเยี่ยมวิเศษสุด ด้วยความเคารพนับถืออย่างสูงสุดนี้ สะท้อนให้เห็น ใน เรื่องราวที่เกี่ยวกับโสมซึ่งได้ถูกบันทึกไว้ในประวิติศาสตร์หลากหลาย เหตุการณ์ เช่น ในยุค แห่งศักดินาหรือยุคแห่งระบบจักรพรรดิเรืองอำนาจ รากโสม 1 รากจะมีมูลค่ามากกว่าทองคำ ในหนักที่เท่ากันเสียอีก

ในปี 1790 จักรพรรดิจีนได้ส่งทหารทาร์ทาจำนวน 10,000 นาย ออกค้นหาโสม โดยที่พระองค์ได้ทรงบัญชาให้ทหารแต่ละนายค้นหาโสมที่มีคุณภาพดีที่สุดมาถวาย คนละ 2 ชั่ง

ในศตวรรษที่ 2 ก่อนพุทธศักราช จักรพรรดิจีนพระองค์หนึ่งพระนามว่า เชน หนาน ซึ่ง พระองค์เป็นนักสมุนไพรที่มีพระกิตติศัพท์เป็นที่เลื่องลือมากที่สุด และยังทรงเป็นในบรรดาผู้ ก่อตั้งสถาบันแพทย์โบราณของจีน ได้มีพระราชหัตถเลขาบันทึกตัวยาสมุนไพรไว้ใน เชน หนาน เพนเชา ชิง หรือเรียกว่า สารานุกรมเภสัชศาสตร์แห่งสรวงสวรรค์ของชาวประชา ในบันทึกดังกล่าว มีชื่อสมุนไพรนับร้อยๆ ชนิด และในบรรดาตัวยาที่ทรงคุณประโยชน์ อันเอนก อนันต์นับร้อยๆ ชนิดเหล่านั้น โสม ได้ถูกจัดให้อยู่อันดับแรกสุด นอกจากจะทรงจัดให้โสมจัดอยู่อันดับแรกแล้ว ยังทรงบันทึกว่าโสมไม่มีอันตรายใดๆ กับมนุษย์อีกด้วย

ในคัมภีร์เวดาส ซึ่งเป็นคัมภีร์เก่าแก่อายุถึง 5,000 ปีของชาวอินเดียก็ได้สะท้อนให้เห็นถึงคุณประโยชน์ของโสม ด้วยคำเล่าขาน ในคำภีร์อเทวาก้มีบทสวดบรรยายถึงวิธีรักษาสุขภาพ ฟื้นฟูสภาพร่างกายให้แข็งแรง โดยบรรยาย คุณลักษณะและสรรพคุณของโสมว่า “เป็นรากไม้ที่ขุดพบใต้พื้นดิน เสริมสร้างให้ประสาทตื่นตัว” รวมทั้งบรรยายต่อไปอีกว่า ผู้ใดได้กินแล้วจะมีพละกำลังแข็งแกร่งประดุจช้างสาร มีพลังทางเพศ ร้อนแรงประดุจไฟแผดเผา บทสวดดังกล่าวบรรยายถึงโสมว่า เป็นพี่ของโซม่า โซม่าเป็นตำนานพืชให้ชีวิต ในประเทศอินเดียเป็นยาอายุวัฒนะ ที่ชาอินเดียยกย่องบูชา และสัการะ ดังนั้น หากโสมเป็นพี่ของโซม่า โสมย่อมต้องมีพลานุภาพและอำนาจยิ่งใหญ่ไพศาล

ปรัชญาเต๋า ซึ่งเป็นปรัชญาของชาวจีน คำว่า เต๋า หมายถึง วิถี อันหมายถึงกระแสไหลเวียน ของพลังงานใน จักรวาลและกระแสพลังงานที่ไหลเวียนนั้นจะก่อตัวหยุดนิ่งชั่วคราวในวัตถุธาตุ มนุษย์ก็ก่อกำเนิดจากวัตถุธาตุเหล่านี้ รวามทั้งมนุษย์จะมีสุขภาพแข็งแรง หากสามารถปฏิบัติตนสอดคล้องกับเต๋า อย่างกลมกลืน เพราะเต๋าคือสาระสำคัญในการดำรงอยู่ของโลก โสมเป็นแหล่งรวามธาตุสำคัญที่สามารถปรับสภาพร่างกายให้กลมกลืนเป็นหนึ่ง เดียวกับธรรมชาติได้ ถ้ามนุษย์สามารถนำโสมมาใช้อย่างชาญฉลาดแล้ว คนๆนั้นก็จะได้รับผลด้านสุขภาพ

ในพงศาวดาร ซัมฮุคซากิ (Samhuksagi) จดหมายแห่งสามก๊ก ได้บันทึกว่า รากโสมเกาหลี จำนวน 200 ราก ได้ถูกถวายให้แก่จักรพรรดิแห่งราชวงค์ถังของจีน ในปี 1734 ปราชญ์ราชวงค์โซซอนแห่งเกาหลี ชื่อ จู เซ บุง (Ju Se-Bung) ได้รับมอบหมายให้สำรวจสภาพอากาศและดินที่เหมาะสม เพื่อจะทำการเพราะปลูกโสม และได้พบว่า พื้นที่เขต ปุงกี เป็นสถานที่ ที่เหมาะสมในการเพราะปลูกโสม ตั้งแต่นั้นมา เขตปุงกี ได้รับชื่อเสียงว่าเป็นต้นกำเนิดการปลูกโสม ดังนั้นในเดือนตุลาคมของทุกปีจะมีการจัดเทศกาล โสมปุงกี (Punggi Ginseng Festival) เป็นประจำทุกปี

Samhuksagi

ผู้คนบนคาบสมุทรเกาหลีใช้โสมกันมาหลายพันปีแล้ว

1) 33-38 ปีก่อนคริสตกาล ซาจกได้บันทึกอักขระจีน (ออกเสียงในภาษาจีนว่า ซาน ออกเสียงในเกาหลีว่า ซัม ) ไว้ในหนังสือคุบจีจัง

2) ค.ศ. 107-124 ฮฮจิน ได้กล่าวถึงชื่อของศูนย์กลางการผลิตโสมหลายแห่งไว้ในซัลมุน

3) ค.ศ. 196-220 จังจองคยอง เขียนตำรายาไว้ในวีฮันรน 113 ตำรับ มีโสมปรากฎอยู่ 21 ตำรับ

4) ค.ศ. 483-496 โสมได้รับการพิจารณาให้เป็นโอสถชั้นสูงในหนังสือ 3 เล่ม ของฮองคยอง

(ชินเจบอนซอกคยอง) คือ หนังสือ 7 เล่ม ของบอนชอกคยองจิบ (มยองวิบยอลรก) และ ซันมยอง ของโยฮี

5) ค.ศ. 549 ในปีที่ 27 แห่งรัชสมัยของพระเจ้าซอง ทรงส่งโสมเป็นสินค้าไปกับเหลียง แห่งประเทศจีน

6) ค.ศ. 627 ราชอาณาจักรชิลลาและราชวงค์ถังแห่งประเทศจีนแลกเปลี่ยนโสมกัน

7) ค.ศ. 739 พระเจ้าบัลเฮมุน ค้าขายโสมกับญี่ปุ่น

พฤกษศาสตร์ของโสมเกาหลี เชื้อสายทางพฤกษศาสตร์

Embryophyta เอมบรีโอไฟต้า

Angiospermae แองกิโอสเปอร์มี

Dicotyledoneae ไดโคทีเลโดนี

Archichlamydeae อาร์คิดลาไมดี

Umbvelliflorate อัมบ์เวลลิฟลอเรต

Araliaceae อะราลิเอซี

panax พานักซ์

ชื่อวิทยาศาสตร์ของโสมเกาหลี คือ Panax ginseng C.A.Meyer โสมเป็นไม้พุ่ม มีอายุหลายปี ใบเป็นใบประกอบ ผลเป็นผลมีเนื้อแบบเบอร์รี่ มีรูปทรงคล้ายแตงกวา มีสีขาว ขึ้นในที่ร่ม

การจำแนกทางวิทยาศาสตร์ของโสม

โสม ใช้เป็นชื่อสามัญของ ในอักขระจีน (ออกเสียงในภาษาจีนว่า เหยินซาน ออกเสียงในภาษาเกาหลีว่าอินซัม มีความหมายว่า สมุนไพรที่มีรูปร่างเหมือนคน) ในปี 1833 นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อ Nees van Esenbeck ได้ตั้งชื่อโสมเกาหลีในครั้งแรกว่า Panax schineseng Nees คำว่า Panax มีรากศัพท์มาจากคำว่า Pan ของคำว่า Pana ในภาษากรีก ซึ่งแปลว่า ทั้งมวล และคำว่า ax ของคำว่า axos ซึ่งแปลว่ารักษา ดังนั้น Panax จึงมีความหมายว่า รักษาได้ทุกโรค ในปี 1843 นักพฤษศาสตร์ชาวรัสเซีย ชื่อ Carl Anton Meyer ได้เปลี่ยนชื่อทางวิทยาศาสตร์ของโสมเป็น Panax ginseng C.A.Meyer

ชนิดของ Panax

โสม เป็นไม้พุ่ม มีอายุหลายปี จัดอยู่ในวงศ์ Araliaceae และสกุลของ Panax ในจำนวน 11 ชนิด ที่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันได้แก่

(1) Panax ginseng C.A . Meyer ขึ้นอยู่ในเอเซียตะวันออกไกล (33-48 องศา ละติจูดเหนือ : เกาหลี บางส่วนของรัสเซีย) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคาบสมุทรเกาหลี

(2) Panax quinquefolium L. ขึ้นในสหรัฐอเมริกาและแคนดา

(3) Panax notoginseng (Burk) F.H. Chen ขึ้นอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเขตหยวนหนาน และ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเขตก่วงซี่ ในประเทศจีน

Korean ginseng cultivation

การเพราะปลูกโสม

บนคาบสมุทรเกาหลี โสมขึ้นอยู่ทั่วประเทศ ละหว่างละติจูดเหนือที่ 33 และ 48 องศา โสมขึ้นเองตามธรรมชาติ บนเทือกเขาเทเบก และในภูเขาลึกหลายแห่ง ที่บริเวณตอนเหนือของ คาบสมุทร โดยทั่วไป หันหน้าไปทางเหนือหรือตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ความสูง 100-800 เมตร

เหนือน้ำทะเล ในเกาหลีใต้ บริเวณเพราะปลูกที่ดีที่สุดอยู่ระหว่างละติจูดเหนือที่ 36-38 อาศา แต่ถ้าสภาพดินและพื้นที่ปลูกเหมาะสมโสมก็ปลูกได้ในทุกพื้นที่ เกาหลีตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางของซีกโลกเหนือ ซึ่งมีสภาพดินและภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อมเหมาะแก่

การเจริญเติบโตของโสม

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์อย่างหนึ่งของโสมคือ มีความต้องการที่สภาพแวดล้อมเฉพาะสูงมาก ถ้าต้องการให้การเพราะปลูกประสบผลดีการทำให้โสมปรับตัวได้ในสภาพแวดล้อมใหม่ที่แตกต่าง

ไปจากเดิมเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเมื่อนำมาปลูก รูปร่างคุณภาพ และประสิทธิผลจะแตกต่างจากโสมที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ด้วยเหตุปัจจัยเหล่านี้ เกาหลีจึงได้รับการพิสูจน์แล้วว่า เป็นพื้นที่ที่ดีที่เหมาะสำหรับการปลูกโสม และโสมเกาหลีก็ได้รับ การพิจารณาให้เป็นโสมที่ดีที่สุดในโลก

สภาพแวดล้อมในธรรมชาติสำหรับโสม

การสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อเพราะปลูกโสมให้คล้ายคลึงกับสภาพแวดล้อมในธรรมชาติ ของโสมป่า ต้องการปัจจัยต่างๆ ที่ใกล้เคียงดังต่อไปนี้

ภูมิอากาศ อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 0.9 องศา – 13.9 องศา 20-25 องศาในฤดูร้อน หากอุณหภูมิสูงขึ้นเกิน 35 องศา จะเกิดความเสียหายทางสรีรวิทยา ปริมาณฝนตลอดปี ควรเป็น 700-2,000 มิลลิเมตร ปริมาณที่เหมาะสมที่สุดคือ 1,000-1,300 มิลลิเมตร ต้องการหิมะตกเป็นครั้งคราว

ความต้องการแสง โสมเป็ฯพืชชอบแสงปานกลาง ต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้รับแสงโดยตรง การกระจายแสงที่เหมาะสมคือ ⅛ – 1/13

ดิน ดินที่มีปริมาณไนโตรเจนไม่มากเกินไป (ต่ำกว่า100ppm) กรดฟอสฟอริค (70-200ppm)

และเบสทดแทนในปริมาณที่เหมาะสม (ด่าง 0.2-0.5me/100g, ปูนขาว 2.0-4.5me/100g,แมกนีเซียม 1.0-3.0me/100g) จะดีที่สุด สภาพของกรด-ด่างของดินที่เหมาะสม คือ ค่าพีเอช 5.0-6.0

ตำแหน่งภูมิประเทศ พื้นที่ค่อยๆ ลาดลงต่ำ หันหน้าไปทางเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือจะดีที่สุด แม้จะเป็นพื้นที่ราบ หากมีการระบายน้ำดีก็จัดว่าเหมาะสม

ดินอุดมซุยอินทรีย์ คล้ายคลึงกับสภาพแวดล้อมในธรรมชาติของโสม นับวาจำเป็น สภาพดินที่ต่างไปจากสภาพธรรมชาติมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีการใช้ปุ๋ยเคมี ปริมาณ มาก จะไม่ให้ผลผลิตโสมที่มีคุณภาพ

การเจริญเติบโตและวงจรชีวิตของโสมเกาหลี

การปลูกโสมตั้งแต่เริ่มต้นจนกว่าจะเก็บเกี่ยวได้ต้องใช้ระยะเวลา 4-6 ปี เมื่อเสร็จสิ้นการเก็บเกี่ยวโสมแล้ว พื้นที่ที่เคยปลูกโสมนั้นจะต้องปล่อยทิ้งไว้นานถึง 15 ปี ไม่สามารถปลูกโสมได้อีก จะต้องปลูกพืชพวกถัวเหลืองที่ซึ่งจะคืนความสมบูรณ์ให้แก่ดินแปลง

นั้น ซึ่งแสดงว่ารากโสม ได้ดูดสารอาหาร แร่ธาตุต่างๆ ไปจากดินอย่างมากมายเลยทีเดียว

ลักษณะจำเพาะสำหรับการเจริญเติบโตของโสมเกาหลีGrowth of Korean ginseng

1. บริเวณที่สามารถจะทำการเพราะปลูกโสมเกาหลีได้นั้น จะต้องเป็นบริเวณที่มีอุณหภูมิ แตกต่างกันมากถึง 50 องศาเซลเซียส ซึ่งในฤดูหนาว อุณหภูมิประมาณ -15 องศา และในฤดูร้อน อุณหภูมิประมาณ +25 องศา โดยจะพบคุณลักษณะเช่นนี้เฉพาะเกาหลี บริเส้นขนานที่ 38 เท่านั้น

2. ก่อนที่จะปลูกโสมจะต้องเวลาในการเตรียมดิน 1 ปี โดยการไถกลบดินประมาณ 15 ครั้ง กลบไปกลบมา แล้วโปยถัวเหลืองลงไปหมักให้เป็นปุ๋ยในดิน

3. การเพาะเมล็ดโสมในแปลงเพาะชำ ซึ่งเมล็ดโสมจะใช้เวลา 20 วัน ในการแตกเปลือกและ พร้อมออกราก โดยจะใช้เวลาในการเพาะชำนี้ 1 ปี ก็จะได้ต้นกล้าโสม

4. จากนั้นเอาต้นกล้าอายุ 1 ปี ไปลงปลูกบนแปลงปลูกอีก 4 ปี โสมก็จะเติบโตและเริ่มออกดอก

5. ช่วงระยะเวลา 3 ปีแรก จะต้องพยายามไม่ให้โสมออกดอก เพราะจะทำให้สารชาโปนิน (จินเซนโนไซด์) รั่วไหลไปที่ดอก

6. ระยะปีที่ 5 รากและรำต้นโสมจะโตเร็วมากทางด้านความสูง ซึ่งคล้ายกับการเติบโตของมนุษย์ ช่วงวัยรุ่นอายุ 15-20 ปี

7.ระยะปีที่ 6 รากและรำต้นโสมจะขยายออกด้านข้าง (อ้วน) แต่ความหนาแน่นจะลดลง

Growth of Korean ginseng02

Permanent link to this article: http://www.koreanginsengs.com/642/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5.html

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>