โสมเกาหลี ราชันย์แห่งสมุนไพร

โสมเกาหลี มีน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักหรือไม่คุ้นเคยกับชื่อนี้แต่ก็มีไม่กี่คนที่จะรู้จักอย่างลึกซึ้งถึงคุณค่า ความสำคัญและวิธีการใช้ประโยชน์จากโสมเกาหลีอย่างถูกต้อง แม้ว่าโสมเกาหลีจะได้รับความเชื่อถือและนิยมใช้กันมาเป็นเวลานานพันๆ ปีแล้วก็ตามถึงขนานนามกันว่า “ราชันย์แห่งหมู่มวลสมุนไพร” 

ทั้งนี้ก็คงเป็นเพราะว่าต่างยอมรับถึงสรรพคุณของโสมเกาหลี ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางทั้งด้านการบำรุงกับสุขภาพ ดังนั้นผู้บริโภคโสมควรได้รับข้อมูลความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อการใช้ประโยชน์จากโสมได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

โสมเกาหลี แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ 

โสมขาว และ โสมแดง โสมขาว เป็นโสมที่มีการใช้รากแห้ง โดยใช้การตากแดด ส่วน โสมแดง ใช้การอบด้วยไอน้ำ ก่อนทำให้แห้ง โสมแดงจึงมีคุณภาพดีกว่าและแพงกว่าโสมขาว โสมเกาหลีนั้น รับประทานได้ไม่จำกัดช่วงเวลา เนื่องจากไม่ทำให้กระเพาะอาหารระคายเคือง คนเกาหลีนอกจากจะรับประทานโสมเพื่อสุขภาพแล้ว ยังรับประทานเพื่อความอบอุ่น แต่เมืองไทยเป็นเมืองร้อน 

ดังนั้นการรับประทานโสม จึงมีข้อจำกัดที่ต่างออกไปเล็กน้อย แล้วแต่ความสะดวก ความชอบของแต่ละบุคคล แต่ที่นิยมคือหัวสกัดโสมมักผสมเจือจางในน้ำอุ่นเพื่อสำหรับดื่ม และแบบแคปซูลโสม สำหรับคนที่ชอบความสะดวกพกพา หรือแบบชาและเครื่องดื่มต่างๆ เป็นต้น “โสมเกาหลี ใช้บำรุงสุขภาพ ป้องกันความอ่อนเพลีย ปรับสมดุลร่างกาย

โสมเกาหลีกับเซลล์มะเร็ง

ในโสมมีสารจินเซนโนไซต์หลายชนิด ซึ่งออกฤทธิ์เป็น Antioxidants หรือสารอาหารชะลอความเสื่อมชราและต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดเซลล์ผิดปกติ (เซลล์มะเร็ง)

ไขข้อสงสัยเรื่อง โสมเกาหลี และวิธีรับประทานโสมที่ถูกต้อง

โสมเกาหลีไม่ใช่เครื่องดื่มบำรุงกำลังที่ให้ผลเฉพาะครั้งตอนที่รับประทาน ซึ่งต่างจากเครื่องดื่มทั่วไปที่รับประทานแล้วจะรู้สึกดีทันที

ข้อมูลสนับสนุนประสิทธิภาพสรรพคุณของโสมเกาหลี

“โสมเกาหลี มีประสิทธิภาพเป็นยากระตุ้นหรือยาบำรุงดีกว่ายาบำรุงชนิดอื่นๆ ที่นักบินอวกาศโซเวียตเคยใช้ เพราะโสมมีประสิทธิภาพเสริมสร้างความตื่นตัวดีกว่า

โรคโลหิตจางกับโสมเกาหลี

โรคโลหิตจาง นั้นอาจเกิดขึ้นได้ในชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่หากไม่ได้รับการรักษาก็อาจทำให้เกิดเป็นโรคโลหิตจางขั้นรุนแรงและถาวรได้

สารซาโปนินในโสมเกาหลี

สาร “ซาโปนิน” ในรากโสม คือสารประกอบสำคัญในโสมที่มีหน้าที่ขับถ่ายสารพิษ ทำความสะอาดโลหิตและหลอดเลือด ซึ่งมีคุณสมบัติละลายในน้ำ และน้ำมัน ทำให้เกิดฟองมาก