Call / LINE : 0852580690

สร้างความสมดุลด้วยการกินแบบหยิน-หยาง

Yin-yang

ตามคติความเชื่อของชาวจีนลัทธิเต๋า เอกันว่าทุกสิ่งบนโลกต้องมีของคู่กันเสมอเพื่อความสมดุล เช่น ชาย-หญิง ร้อน-เย็น ซึ่งหยินคือความมืดมิด ความหนาวเย็น และผู้หญิง ส่วนหยางคือความกะตือรือร้น แสงสว่าง และผู้ชาย เช่นเดียวกับอาหาร ในโลกนี้ที่มีทั้งหยินและหยาง รวมไปถึงระบบต่างๆ ในร่างกายเรา ดังนั้นการเลือกกินอาหารจึงมีผลต่อสะภาวะสมดุลของร่างกาย

อาหารหยิน คืออาหารที่กินแล้วให้ความรู้สึกเย็น มีรสชาติขม เปรี้ยว และเค็ม เช่น กล้วยแตงโม องุ่น มะละกอ ส้ม อ้อย สับปะรด มะพร้าว ถั่วเขียว ถั่วเหลือง  เต้าหู้ ถั่วฝักยาว แตงกวา มะเขือเทศ บวบ คึ่นฉ่าย ข้าวโพด ปู เป็ด ห่าน หอยนางลม รวมไปถึง อาหารที่ผ่านการปรุงด้วยวิธีต้ม นึ่ง ตุ๋น

อาหารหยาง คืออาหารที่กินแล้วให้ความรู้สึกร้อน มีรสชาติเผ็ด หวาน ได้แก่ เครื่องเทศต่างๆ ขิง พริกไทย กระเทียม ผักชี หัวหอม งาดำ เนื้อสัตว์จำพวกเนื้อวัว เนื้อไก่ รวมไปถึงอาหารที่ผ่านการปรุงด้วยกรรมวิธี ทอด ย่าง รมควัน

ส่วนโรคที่เกี่ยวกับหยินหยาง จะเป็นอาการที่บอกให้รู้ว่าร่างกายอยู่ในสภาวะขาดธาตุใด ได้แก่โรคหยิน มักมีอาการท้องอืด อุจจาระน้อย หรือค่อนข้างเหลว หน้าซีด ไม่มีแรง เสียงเบา ไม่กระหายน้ำ หายใจเบา ชีพจรเต้นช้า ขี้หนาว ปัสสาวะมากและใส ลิ้นบวมและซีด

ส่วนโรคหยาง มักมีอาการท้องผูกชีพจรเต้นเร็ว หน้าแดง ตาแดง เสียงดัง ตัวร้อน หายใจแรง หงุดหงิด กระวนกระวาย เจ็บคอ คอแห้ง ปัสสาวะมีสีเหลืองเข็ม ลิ้นมีสีเข็มและแห้ง

การเลือกกินแบบหยิน-หยาง เป็นรูปแบบการกินตามความเชื่อดังนี้ อาหารประเภทแป้ง ในความการกินแบบหยินหยาง เชื่อว่าไม่ควรกินแป้งกับอาหารที่มีน้ำตาลสูง หรืออาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่นขนมปังทาแยม ขนมปังทาเนยโรยน้ำตาล หรือการกินก๋วยเตี๋ยวแล้วปรุงรสด้วยน้ำสมสายชูจนเปรี้ยวจัดเพราะเชื่อว่าทั้งน้ำตาลและรสเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรด จะทำลายการผลิตและการหลั่นของเอนไซม์ไทยาลิน ซึ่งเป็นเอนไซม์ในการย่อยอาหารประเภทแป้ง อาหารประเภทโปรตีน การกินแบบหยิน-หยาง เชื่อว่าไม่ควรกินกับอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง และอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรดจำพวกผลไม้รสเปรี้ยวทั้งหลาย การกินอาหารจำพวกแป้ง ไข่ดาว แฮม แล้วตามด้วยน้ำส้มคั้น เพราะกรดจากผลไม้ จะทำลายการหลั่งของน้ำย่อยที่เรียกว่าเปบซิน ซึ่งเป็นตัวย่อยโปรตีน และอีกความเชื่อคือ ไม่ควรกินโปรตีนต่างประเภทในมื้อเดียวกัน แต่ควรกินประเภทเดียวกันในแต่ละมื้อ กินปลากับกุ้ง กินไก่กับเป็ด กินเนื้อหมูกับเนื้อวัว เป็นต้น นมและของหวาน ตามหลักหยิน-หยาง เชื่อว่าการกินผลไม้หรือของหวานหลังอาหารจะทำให้ระบบย่อยทำงานช้าลง

การกินแบบหยิน-หยางเป็นความเชื่อที่ค่อนข้างอิงหลัก เกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ การเลือกประเภทอาหารและเวลาในการกินจึงมีผลต่อสมดุลของร่างกาย แต่อย่างไรก็ดีการเลือกกินอย่างมีสติ กินให้พอเหมาะ พอดีกับความต้องการของร่างกาย ไม่มากหรือน้อยจนเกินไปเรียกว่าอยู่ทางสายกลางน่าจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพของเราอย่างที่สุด

ที่มา: Food Index

แสดงความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Close Menu