Call / LINE : 0852580690

การดูแลตนเองให้ห่างไกลจากมะเร็งปากมดลูก

โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของโลก และจะมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนา องค์การอนามัยโลก(WHO) คาดการณ์ว่าปี 2548-2558 จะมีผู้ป่วยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งโดยไม่ได้รับการรักษาประมาณ 84 ล้านรายทั่วโลก ซึ่งในจำนวนร้อยละ 40 เป็นมะเร็งที่ป้องกันได้ ดังนั้นองค์กร อนามัยโลกมีนโยบายให้ทุกประเทศทั่วโรครณรงค์เรื่องการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งตั้งแต่วัยเด็ก

รศ. พญ. เยาวลักษณ์ ชาญศิลป์ ภาควิชารังสีรักษา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ให้ความเห็นว่าอันตรายของมะเร็งทุกชนิดคือการทำให้สูญเสียการทำงานของอวัยวะที่เกิดโรคหรือโรคแพร่กระจายไป ดังนั้นอันตรายของโรคมะเร็งจึงขึ้นอยู่กับอวัยวะที่เกิดมะเร็งและอวัยวะที่แพร่กระจาย

สำหรับมะเร็งปากมดลูก นั้น แม้ว่ามดลูกจะไม่ใช่อวัยวะสำคัญในการดำรงชีวิต แต่การเกิดมะเร็งเฉพาะที่สามารถทำให้เกิดการสูญเสียเลือดทั้งเรื้อรังและรุนแรง ที่อาจเกิดอันตรายถึงชีวิตและยังทำให้เกิดความเจ็บปวดทรมาน ไปจนถึงกดเบียดท่อไตทำให้ไตวายได้ และอันตรายนอกจากนี้ก็คือการล้มเหลวของอวัยวะที่โรคกระจายไป

สาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูก

โรคมะเร็งเกิดจากการที่เซลล์ถูกกะตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นเวลานาน โดยสารก่อมะเร็งอาจเป็นเชื้อโรคโดยเฉพาะไวรัส สารเคมีที่ทำให้เกิดการระคายเคืองเรื้อรัง หรือสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บของ เซลล์ ซึ่งในมะเร็งปากมดลูกนั้นเชื้อไวรัสเอชไอวี (Human Papilloma Virus) เป็นสารก่อมะเร็งที่สำคัญที่สุด

ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก

    มะเร็งปากมดลูก มีความเกี่ยวเนื่องกับเพศสัมพันธ์ ผู้มีอันตรายเสี่ยงต่อโรคนี้ คือผู้ที่มีการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี โดยเฉพาะในผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อยผู้มีบุตรมาก ผู้มีเพศสัมพันธ์กับชายหลายคน ผู้มีเพศสัมพันธ์กับชายที่มีคู่นอนหลายคนและผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องโดยเฉพาะผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี จะมีอัตราเสี่ยงสูงกว่าคนปกติ 5-6 เท่า ส่วนในประเทศที่ผู้ชายได้รับการขริบปลายอวัยวะเพศจะมีอุบัติการณ์ ของมะเร็งปากมดลูกลดลง

สำหรับผู้หญิงที่มีครอบครัวและมีสามีเดียวก็มีโอกาศเสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูกได้เช่นกัน เพราะโรคมะเร็งปากมดลูกสัมพันธ์กับการบาดเจ็บหรือการระคายเคืองเรื้อรัง โดยเฉพาะถ้ามีบุตรมาก หรือสามีมีการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี หรือสามีคู่นอนหลายคน

การป้องกันมะเร็งปากมดลูก

    การป้องกันโรคมะเร็งชนิดใดๆก็คือการหลีกเหลี่ยงสารก่อมะเร็งของโรคนั้นๆ ซึ่งสำหรับในมะเร็งปากมดลูกก็คือเชื้อไวรัสเอชไอวี ซึ่งปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี ช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูกลงกว่า 70% จึงน่าจะมีผลในการลดอุบัติการณ์ของมะ้ร็งปากมดลูกได้ในอนาคตและเพื่อช่วยการป้ิงกันมีประสิทธิภาพสูงสุดการซีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกควรทำร่วมกับการตรวจคัดกรองเป็นประจำ

โดยควรจะเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่มีเพศสัมพันธ์เพราะในการเกิดมะเร็งปากมดลูก จะผ่านขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่เริ่มมีการติดเชื้อไวรัสเอชไอวีเรื้อรัง และเกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ภาวะอักเสบเรื้อรังที่นำไปสู่มะเร็ง ทึ่นำไปสู่มะเร็งการตรวจคัดกรองจะทำให้สามารถรักษาภาวะผิดปกติต่างๆก่อนที่จะเกิดเป็นมะเร็งหรือตรวจพบมะเร็งระยะแรกเริ่มที่รักษาให้หายขาดได้เพื่อป้องกันการเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะลุกลามหรือแพร่กระจาย

สุดท้ายนี้ นอกเหนือจากการฉีดวัคซีนแล้วควรมีชีวิตครอบครัวที่ถูกต้องและจะต้องเอาใจใส่ต่อสุขภาพด้วยการดื่ม “โสมเกาหลี” อุ่นๆเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 1 ถ้วย ขณะท้องว่าง ระว่างมื้ออาหารหรือก่อนเข้านอน หมั่นตรวจสุขภาพสม่ำเสมอแม้จะมีอายุมากแล้วและไม่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ คือไม่มีประจำเดือนและไม่มีเพศสัมพันธ์แล้วก็ยังตรวจคัดกรองตามระยะเวลาที่เหมาะสม ตามคำแนะนำของแพทย์ ก็จะช่วยให้หญิงไทยห่างไกลมะเร็งปากมดลูก ซึ่งหากท่านสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ได้แล้วนั้น จะทำให้ท่านและคนที่ท่านรักมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา

 

แสดงความเห็น

Close Menu